รีวิวซีรีย์แนว ประวัติศาสตร์ Rookie Historian Goo Hae Ryung นารีจารึกโลก

เรื่องย่อ : ย้อนไปในยุคต้นของช่วงศตวรรษที่ 19 นั้น กูแฮรยอง (รับบทโดย ชินเซคยอง) ทำงานเป็นนักบันทึก ประวัติศาสตร์ ซึ่งเพราะการที่เธอเป็นเพศหญิงนั้นทำให้ผู้คนต่างดูถูกเธอ แต่เธอก็ไม่สนใจและยังคงทำหน้าที่นักจดบันทึก ประวัติศาสตร์ อย่างมุ่งมั่นและเต็มที่ จนเธอได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับ องค์ชายอีริม (รับบทโดย ชาอึนอู)

แนะนำนักแสดง
1. ชาอึนอู รับบทเป็น องค์ชายอีริม
องค์ชายผู้เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและตัดขาดจากโลกภายนอก ฉะนั้น “การเขียน​” จึงเป็นเพียงหนทางเดียวที่ทำให้พระองค์สามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้ แม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่คนภายในวังที่รู้จักพระองค์ในฐานะองค์ชาย แต่สำหรับนอกวังนั้น อีริม เป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นนักเขียนนิยายโรแมนติกที่นามปากกาของพระองค์เป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง

2. ชินเซคยอง รับบทเป็น กูแฮรยอง
หญิงสาวเจ้าปัญหาที่มักจะชอบตั้งคำถามว่า ‘ทำไม’ อยู่เสมอ เธอเป็นหญิงสาววัย 26 ปี แต่ในสมัยโชซอนนั้นถือว่าเธอเป็นหญิงที่มีอายุแล้ว ซึ่งตัวละครนี้จะได้พบรักกับ องค์ชายอีริม

เคยสังเกตมั้ยคะว่านางเอกซีรีส์พีเรียดเกาหลียุคโชซอน เค้าปลอมตัวเป็นชายเพื่อจุดประสงค์ใดบ้าง คิมยุนฮี นางเอก Sungkyunkwan Scandal ปลอมเป็นชายเพื่อเข้าศึกษาโรงเรียนขงจื๊อ , ฮงราอน นางเอก Moonlight Drawn by Clouds ปลอมเป็นขันทีเพื่อรับใช้องค์รัชทายาท หรือแม้แต่ จิตรกร “ชินยุนบก” เจ้าของภาพวาด “미인도มีอินโด” (โมนาลิซ่าแห่งเกาหลี) ที่มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์ ก็ยังไม่วายถูกเม้าท์มอยว่า เป็นผู้หญิงปลอมตัวมา นี่ยังไม่รวมถึงการปลอมตัวเป็นชายเล็กๆ น้อยๆ ประเภท ไปซื้อของที่ตลาด ไปเล่นพนันในบ่อน ฯลฯ

ดูเผินๆ ก็เป็นสีสันที่น่ารักดี แต่มองจากต้นตอแล้ว เป็นเพราะแนวคิดขงจื๊อใหม่ (Neo Confucianism) ที่กดทับให้ผู้หญิงมีบทบาทในสังคมน้อยมากๆ แล้วสังเกตมั้ยคะว่า ผู้หญิงเกาหลีแต่งงานแล้วไม่เปลี่ยนนามสกุลตามสามี ต่างจากประเทศอื่นที่ยึดระบอบชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) เหมือนกัน แต่ผู้หญิงใช้นามสกุลสามีเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ได้เข้ามาเป็น “สมบัติ” ของครอบครัว แต่แนวคิดขงจื๊อใหม่นั้น ผู้หญิงไม่มีค่าแม้แต่จะเป็น “สมบัติ” ผู้หญิงจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อ พวกเธอได้แต่งงานออกเรือน เป็นภรรยาที่อยู่ในโอวาทสามี และให้กำเนิดบุตรชายที่ประสบความสำเร็จ หากบกพร่องในหน้าที่ดังกล่าว ต่อให้ฉลาดเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่นับว่าพวกนางเป็นบุคคลที่มี “คุณค่า” ซึ่งนั่นแหละค่ะ บท “นางเอกปลอมตัวเป็นชาย” ถูกสร้างมาเพื่อให้พวกเธอได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจที่ “มิใช่ธุระของสตรี” ส่วนสตรีชั้นสูงยุคโชซอนจริงๆนะรึ? แค่เดินออกจากบ้านก็ต้องใช้ผ้า 장옷 ชังอด คลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากไม่ควรเปิดเผยร่างกายส่วนใดๆ ในที่สาธารณะ

เมื่อสตรีในวัง หันมาเป็น Working Woman แม้จะรู้ในวงกว้างว่า เกาหลีใต้ในปัจจุบัน ก็ยังเป็นสังคมชายเป็นใหญ่ แต่จากแคมเปญต่อต้านการคุกคามสตรี Me Too หรือผ่านร่างกฎหมายทำแท้งเสรี ก็นับเป็นนิมิตหมายอันดีว่าเกาหลีเริ่มจะเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มีที่ยืนบ้างแล้ว ผู้หญิงเกาหลีหลายคน ได้ทำงานตำแหน่งสูงๆ เช่นเดียวกันกับวงการซีรีส์ค่ะ เทรนด์ “ผู้หญิงในซีรีส์พีเรียด” เปลี่ยนจากนางสนมตบตีกัน หรือชีวิตรักรันทดต่างชนชั้น ที่เคยฮิตมากๆ เมื่อ 20-60 ปีก่อน แล้วเพิ่มบทบาท “สตรีในวังที่ทำงานมีคุณค่า” ให้เห็นบ่อยขึ้น เปิดศักราชด้วย “แดจังกึม” หมอหญิงที่เก่งทั้งปรุงยาและงานครัว , “ทงอี” จากประวัติสั้นๆ ที่ว่านางคือสนมที่ไต่เต้ามาจากหญิงหาบน้ำ ก็เพิ่มสีสันให้เป็นสาวฉลาด เชี่ยวชาญด้านสืบจากศพ หรือจะเป็น “จองอี” เทพธิดาแห่งเครื่องเผาเซรามิก เห็นมั้ยคะว่าพวกเธอต่างมีที่ยืนที่ “แตกต่าง” จากผู้หญิงในวังคนอื่นๆ ที่ทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท เป็นต้นว่า นางในฝ่ายบริการ นางในฝ่ายห้องเครื่อง นางในถวายตัว นอกจากมีหน้าที่บริการ นางในทุกคนต้องตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ ความจำสั้น สิ่งใดที่รู้ที่เห็นในวัง ต้องลืมเสียให้หมด อ่านต่อ

Categories: ซีรีย์

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *