รีวิวซีรีส์ The Boys Season 2 แนวซูเปอร์ฮีโร เรื่องราวของเหล่ายอดมนุษย์

รีวิวซีรีส์ The Boys Season 2 แนวซูเปอร์ฮีโร เรื่องราวของเหล่ายอดมนุษย์

Boys Season 2 เป็น ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ (หรืออย่างน้อยก็เป็นของ Superman) อาจกล่าวได้ว่าเป็นเนื้อหาเรือธงของบริการสตรีมมิ่งเช่น Prime Video ฉันยินดีจ่ายเงินสำหรับการดูซีรีส์ทางทีวีทุกเดือน ไม่อยากรอให้จบทั้งซีซั่นเพราะทุกตอนถูกปล่อยออกมาเต็มไปด้วยเรื่องราวหรือฉากที่คาดไม่ถึง หรือประโยคอย่าง “เซอร์ไพรส์ฉัน” ที่เหนือจินตนาการของเรา! แทบไม่มีความท้าทายใด ๆ ในซีรีส์นี้ เพราะมีของให้เพียบแน่นอน! สำหรับคนที่ไม่เคยดูซีซั่นแรกเนื้อหาสามารถอธิบายได้ง่ายๆว่าเป็นกลุ่มคนธรรมดาที่เรียกว่า “เด็กผู้ชาย” ที่ได้รับความรุนแรงเนื่องจากการกระทำของกลุ่มฮีโร่ “เซเว่น” ผู้นำของคนเหล่านี้คือผู้ชาย เจ้าของบ้านที่มีภาพลักษณ์ของ Superman (Anthony Star W)

 

แฟนของฮิวอี้พระเอกของเรา (พนักงานของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า) (แจ็คเควด) ถูกฮีโร่ที่ชื่อว่า A-Train ล้มลงด้วยความเร็วสูง (เทียบกับ “แฟลช” ที่คุ้นเคย) และ A-Train ได้ แต่ขอโทษเพราะเขาเมา! ฮิวอี้ถูกขัดขวางโดย Varges บริษัท ยาที่ดำเนินการ “เซเว่น” และยอมรับการชดเชยที่ไม่เป็นธรรม นี่คือจุดเริ่มต้นเมื่อ Billy Butcher (Carl Urban) หัวหน้ากลุ่มเด็กชายเข้ามาหาเขาและช่วยฆ่าฮีโร่ทั้งเจ็ด นี่คือการตอบสนองที่โหดร้ายต่อปีศาจที่โหดร้ายไม่เหมือนพระเจ้าจอมปลอม เรื่องราวของฤดูกาลแรกจบลงด้วยการระเบิดของบิลลี่ในอาคารของวอห์น ด้วยเหตุนี้แม้การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่บริหาร Madeleine of Vachis เขากล่าวโทษการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่บริหาร Madeleine of Vatnaus เกิดใน Homelander และเติบโตมาพร้อมกับ Billy ภรรยาของเขา Billy ได้ฆ่าตัวตายในอดีต มีลูกอีกคนอยู่กับบ้านด้วย

 

ฮิวอี้ตกหลุมรักหนึ่งในเจ็ดปราชญ์ (เอรินโมริอาร์ตี) เด็กสาวไร้เดียงสาจากบ้านนอกเธอได้รับเลือกให้เป็นฮีโร่ทั้งเจ็ด จนกว่าคุณจะพบกับความจริงที่โหดร้ายที่ว่าฮีโร่ไม่ได้ดีเท่าที่คุณคิดที่จะพบลึก ๆ (อารมณ์ Aquaman) กลายเป็นหนุ่มสาวผ่านการอมควยก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้เป็นหนอนในสงคราม บอกตามตรงว่าคนที่ชอบซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ผละจากภาพยนตร์คลั่งไคล้ “ซูเปอร์ฮีโร่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณรู้ว่า DC Camp เป็นเมืองหลวงก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น เพราะซีรีส์จากมังงะชื่อเดียวกันนี้ชื่อว่า Yok DC ไม่เพียงแค่นั้นจังหวะนรกที่โหดร้าย (และมีเนื้อหา) ยังกลายเป็นเสน่ห์ที่ตอบสนองขอบเขตที่ไม่ยอมใครง่ายๆ โลกซูเปอร์ฮีโร่ในจินตนาการมักจะอยู่ในสภาพแวดล้อมขาวดำ ธรรมะชนะความอยุติธรรมและผสานเข้ากับความเป็นจริงที่ว่าไม่มีใครขาวสนิทเป็นการดีมากที่สัมผัสความคิดของผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ (และเด็กโต) เพื่อเริ่มสัมผัสกับสีเทาในโลกแห่งความเป็นจริง

 

ดิบ เสียดสี 18+ ภาพซูเปอร์แมนยืนแบบนี้คงเห็นได้แค่จากซีรีส์นี้เท่านั้นล่ะ
ในซีซันที่ 2 นี้ ตัวซีรีส์ได้ทำตัวเป็นหนังภาคต่อที่ดี ด้วยการเป็นสะพานที่เชื่อมเนื้อหาการต่อสู้ในระดับคนชนช้าง เริ่มเห็นความเป็นไอเดียชนไอเดียมากขึ้น ทั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่มีนิสัยความเป็นคนให้เข้าใจมากขึ้นทั้ง วอจธ์ที่เราได้เห็นความลึกของมันผ่านความนิ่งและคาดเดายากของ สแตน เอสการ์ (จิอันคาร์โล เอสโปซิโต) ซีอีโอของวอจธ์ที่ขนาดว่าเขายืนท้าทายเครื่องจักรสังหารโรคจิตอย่างโฮมแลนด์เดอร์ได้อย่างไม่เกรงกลัว กลุ่มลัทธิประหลาดที่เข้ามามีส่วนพัวพันกับฮีโรตกอับก็เพิ่มความไม่ชอบมาพากลให้เนื้อเรื่อง ขณะเดียวกันฝั่งองคืกรใหญ่อย่างซีไอเอ หรือแม้แต่รัฐสภาของสหรัฐก็เริ่มเพิ่มบทบาทในเรื่องมากขึ้น

 

สแตน เอสการ์ (จิอันคาร์โล เอสโปซิโต) ตัวละครที่มนุษย์ธรรมดาที่ดูมีพลังน่าเกรงขามขนาดไม่กริ่งเกรงซูเปอร์ฮีโร

ส.ส. สาว ที่เข้ามาเป็นตัวแปรจากฝั่งรัฐสภาในการตรวจสอบเหล่าฮีโร
ต้องยอมรับว่าในช่วง 3 ตอนแรก ซีรีส์ยังคงไม่ได้มอบดอกผลอันพึงใจให้รู้สึกความแตกต่างจากซีซันแรกนัก นอกไปจากความรุนแรงที่ยังคงคาดเดาไม่ได้ที่ยังทำงานได้ดี แต่ตัวเรื่องนั้นกลับเดินไปอย่างเชื่องช้ามีความน่าหงุดหงิดในตัวละครนำอยู่ไม่น้อย เพราะบางตัวละครเหมือนกับวนกลับไปเจอปัญหาใจเดิม ๆ ไม่รู้จบ ราวกับไม่ค่อยเรียนรู้ใด ๆ มา เช่น การสติแตกของฮิวอี้เมื่อต้องนั่งเรือชนปลาวาฬของเดอะดีปจนตัวเองไปนั่งแช่อยู่ในตับไตไส้พุงปลายักษ์แบบน่าสะอิดสะเอียด แกก็กลับไปเป็นบ้าไม่เอาอะไรอีกครั้งทั้งที่เหล่าเดอะเซเว่นไล่ติดตูดมาติด ๆ ก็ตาม เป็นต้น

เจอเหตุการณ์ช็อกต่อหน้ามาหลายรอบ ฮิวอี้ก็ยังขวัญผวาอยู่เสมอ
จนกระทั่งเนื้อหาของการโต้กลับวอจธ์นับตั้งแต่ตอนที่ 4 ไปเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ การผสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มก้อนต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดพันธมิตรที่คาดเดาการกระทำได้ยากขึ้น ทั้งอดีตศัตรูที่หันมาร่วมมือ เช่นฮีโรบางคน หรือคนที่เกลียดบิลลี่เป็นทุนเดิม และอดีตมิตรที่เกิดช่องว่างให้เคลือบแคลงใจกัน

การปรากฏตัวมาร่วมทีมโฮมแลนด์เดอร์อีกครั้งของเมเดลีนที่ชวนช็อกแล้ว เหตุการณ์หลังจากนั้นยิ่งชวนช็อกยิ่งกว่า
และที่สำคัญการปรากฏตัวของตัวละครใหม่ ๆ อย่าง สตรอมฟร้อนต์ (เอยา แคช) ที่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวละครขวัญใจมหาชน ก่อนจะเริ่มเผยลายความแสบสันขึ้นเป็นลำดับ จนกลายเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องราวช่วงหลังทีเดียว

ฉากร่วมรักของซูเปอร์ฮีโรที่จัดว่าซาดิสม์ไม่เบา
โดยสรุปซีรีส์ซีซันต่อนี้ ทำงานในการเชื่อมคนดูให้ไปชมภาพที่กว้างขึ้นของการต่อสู้ต่อต้านพระเจ้าจอมปลอมที่มีพลังระดับทำลายล้างโลกแต่ป่วยทางจิตเข้าขั้นฆาตกรต่อเนื่อง ให้น่าสนใจขึ้นไปอีก ยิ่งฉากท้ายของตอนสุดท้ายที่เปิดตัววายร้ายตัวใหม่ที่มีพลังสุดน่ากลัวอย่างการระเบิดหัวคนเพียงจ้องมอง ก็เรียกน้ำย่อยผู้ชมให้อยากชมจานหลักในซีซันถัดไปจนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน  ดูหนังออนไลน์  

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *