รีวิวภาพยนตร์แนวอาชญากรรม Blind (2011) หรือชื่อไทยว่า พยานมืดปมมรณะ

รีวิวภาพยนตร์แนวอาชญากรรม Blind (2011) หรือชื่อไทยว่า พยานมืดปมมรณะ

รีวิวภาพยนตร์แนวอาชญากรรม Blind  อักษรเบรลล์หรือชื่อไทย ” พยานมืดปมมรณะ ” เป็น ภาพยนตร์ระทึกขวัญอาชญากรรม ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2554 และยังเป็นหนึ่งในอาชญากรรมเขย่าขวัญที่ได้รับการแนะนำและได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2554 เพราะหัวใจเต็มไปด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นบทที่มีเสน่ห์และคิมฮานึลดาราตลกได้รับรางวัลหลายรางวัลในเรื่องนี้ ยังได้รับรางวัล ได้แก่ นักเขียนบทภาพยนตร์ เมืองนี้หมิ่นอาชญากรรม มีกรณีหนึ่งของผู้หญิงคนนี้ที่หายไป คาดว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีเบาะแส Min Soo Ah (Kim Ha Neul) เป็นอดีตตำรวจที่มีอนาคตสดใส เพราะเธอมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นเด็กสาวตาบอด เธออาศัยอยู่กับสุนัขนำทางชื่อซึลกิ (รับบทโดยตัวละครเอกของ Hearty Paws สองตัวดอลลี่และลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์) และเธอมีน้องชายดงฮยอน (รับบทโดยพัคโบกอม) ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับเขา แต่ในวันที่ไปเยี่ยม Jik Dong Hyun ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเธอมาจากบาร์แข่งขันเต้นฮิปฮอป พี่ชายเสียชีวิตในรถเพราะเธอถูกใส่กุญแจมือโดยกุญแจมือถูกล็อคไว้กับที่เท้าแขน เธอเองก็ได้รับบาดเจ็บจนตาบอดและพิการ นี่เป็นตราบาปที่ฝังใจเธอมาตลอดสามปี

ซูอาพร้อมแล้วสำหรับวันที่เธอจะกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง เป็นที่พึงปรารถนาที่จะใช้การดำเนินการโพรบมากกว่าการดำเนินการภาคสนาม แต่การปฏิเสธของเธอทำให้เธอล้มลงอีกครั้งจึงกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าพ่อแม่หวังว่าเธอจะมีส่วนร่วมในวันรำลึกทงฮยอน แต่ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการเข้าภายในแบบนี้จะทำให้สาเหตุภายในรุนแรงขึ้นและนำไปสู่การตายของพี่ชายภายใน ดังนั้นคืนนั้นเธอจึงรีบกลับไปบ้านคนเดียว รถมารับซูยะ เพราะซูอาเรียกแท็กซี่แล้วรถชนอะไรบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ โชเฟอร์บอกว่ามันเป็นสุนัข จากนั้นเขาก็ยกศพไปที่หลังรถ แต่ซูอาอาจจะรู้สึกแปลก ๆ แปลก ๆ จึงพยายามยืนกรานยุ่งเรื่องจริงจนโชเฟอร์โมโหผลักซูอาไปข้างทางแล้วขับรถออกไป

 

ซูอารายงานในภายหลังว่านี่จะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน แต่แทนที่จะให้ตำรวจฟังคำให้การของพยานตาบอด Sua ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก โน้มน้าวเธอด้วยประสาทสัมผัสกลิ่นสัมผัสและการสังเกตอย่างชาญฉลาด จนกระทั่งตำรวจนักสืบโจ (รับบทโดยโจฮิบง) เริ่มมองหารถแท็กซี่และลักษณะที่วิเคราะห์โดยซูอามีเพียงเบาะแสบางอย่างเท่านั้น ไม่ใช่แค่เข็มในมหาสมุทร แต่สารวัตรโจและซูหยาไม่ยอมแพ้ Quan Ji Sub (รับบทโดย Yoo Seung Ho) เด็กวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งอาหาร เขาให้ข้อมูลหลังจากเห็นคำประกาศของพยาน เขายืนยันว่ารถที่เขาเห็นในคืนเกิดเหตุเป็นรถภายนอกไม่ใช่รถแท็กซี่ แต่บุคลิก Vant ของ Giesb ดูไม่น่าเชื่อถือและไม่สามารถให้ข้อมูลสนับสนุนใด ๆ ได้ยกเว้นกระต่ายเท้าเดียวมากกว่า “ฉันเห็นมันกับตา” Suya มีน้ำหนักที่ดีกว่า Gisop วัยรุ่นตัวแสบจากไปโดยไม่บอกกล่าวใด ๆ

 

ซูอาจึงไปแจ้งความว่ามันต้องเป็นการชนคนแล้วหนีอย่างแน่นอน แต่กว่าจะทำให้ตำรวจยอมฟังพยานผู้ตาบอดได้ ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามของซูอาเยอะอยู่ ในการทำให้ยอมเชื่อเซนส์การรับรู้ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น เสียง กลิ่น สัมผัส และความช่างสังเกตอย่างมีเหตุมีผล จนตำรวจสายสืบ สารวัตรโจ (รับบทโดย โจฮีบง) เริ่มออกสืบหาแท็กซี่คันดังกล่าวพร้อมด้วยรูปพรรณสัณฐานที่ซูอาวิเคราะห์มากับเบาะแสเพียงไม่กี่อย่าง ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่สารวัตรโจและซูอาก็ไม่ย่อท้อ

ควอนกีซบ (รับบทโดย ยูซึงโฮ) เด็กหนุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งอาหาร เข้ามาให้ข้อมูลหลังเห็นประกาศหาพยาน เขายืนยันว่าเขาเห็นรถคันนั้นในคืนวันเกิดเหตุว่าเป็น รถนอก มิใช่แท็กซี่แน่นอน แต่ด้วยบุคลิกแวนท์ของกีซบที่ดูขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถให้ข้อมูลสนุบสนุนใดได้ ยกเว้นแต่กระต่ายขาเดียวกว่า ‘เห็นกับตา’ น้ำหนักทางซูอาจึงดีกว่า กีซบวัยรุ่นหัวร้อนจึงจากไปอย่างไม่ไยดี ธุระไม่ใช่

 

 

เมื่อคนร้ายไหวตัวได้ว่ากำลังถูกคุกคาม มีตำรวจและพยานพยายามจะสืบตามหาเขา ตัวตนและความผิดที่มากกว่าแค่ชนแล้วหนีอาจถูกสาวไส้ เขาจึงชิงลงมือก่อน หวังปิดปากพยาน ช่างกวนใจนัก นั่นจึงเป็นที่มาของเข้าร่วมชะตากรรมเผชิญภัยร้ายตอบโต้ของอาชญากรที่เกิดกับทั้งกีซบและซูอา พวกเขาจะเอาตัวรอดอย่างไร ตำรวจจะตามล่าอาชญากรโรคจิตนี้เจอหรือไม่ คงต้องไปตามลุ้นระทึกกันด้วยตัวเอง จะได้มันส์เต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ

 

 

ผู้เขียนชอบหนังเรื่องนี้นะ ชอบพลอต และชื่นชมบทในหลายจุดเลยเชียว

การเล่นกับ ‘พยาน’ ซึ่งคือ ‘Eyewitness’ หมายถึง คนเห็นเหตุการณ์ แต่พยานเรื่องนี้กลับเป็น ‘คนตาบอด มองไม่เห็น’ ซะนี่ และยังกลับกลายเป็นว่าคุณตำรวจยอมฟังเบาะแสของพยานตาบอด มากกว่า พยานที่เห็นด้วยตา 555 เป็นตลกร้ายเล็กๆอยู่ ก็ต้องโทษเจ้าหนุ่มกีซบที่ดูขาดความน่าเชื่อถือเองแหละมั้ง

ชอบความลุ้นระทึกที่ผู้กำกับตั้งใจโยนใส่ผู้ชม โดยให้คนดูเป็นคนลุ้นแทนซูอา ก็เพราะเธอตาบอด เขาจึงวางฉากให้ตกอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้ากับผู้ร้ายแบบประชิดตัว โดยที่เธอไม่รู้ แต่คนที่รู้คือผู้ชม! หายใจไม่ออกประหนึ่งตัวเองเป็นนางเอกเลย

ชอบความแปลกใหม่ของบทซูอาหนีการไล่ล่าของคนร้าย ที่มีกีซบช่วยเหลือ แต่เป็นการใช้เสียงนำทางพาหนี ผ่านวีดีโอคอลล์ทางโทรศัพท์ แล้วยังต้องพึ่งพาทางเดินเบร์ลบล็อค (Braille Block เป็นทางเดินพิเศษ ออกแบบสากลเพื่อคนพิการ มีผิวสัมผัสเป็นปุ่ม และเส้นริ้ว เพื่อให้รู้ว่าควรหยุด หรือเดินต่อได้) ในสถานีซับเวย์ เท่ากับว่าลุ้นหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

ชอบการดีไซน์ฉากเผชิญหน้าสู้ตาย แบบสะท้อนความมีสติและฉลาดของซูอา ถือว่าเป็นกลศึกชั้นเยี่ยมเลยค่ะ ที่อาศัยจุดอ่อนของตน เปลี่ยนให้เป็นจุดได้เปรียบในสมรภูมิการต่อสู้ ถ้าเป็นที่มืด ซูอาย่อมได้เปรียบกว่าอย่างแน่นอน ผู้ชมจึงเทใจเชียร์อย่างเต็มที่ แต่ใบ้นิดนึงว่าผู้ร้ายเรื่องนี้หนังเหนียวน่าดู สู้กันแทบขาดใจเลย

ชอบการพัฒนาความสัมพันธ์ พี่สาว-น้องชาย ของซูอากับกีซบ ที่ทำบทได้น่ารักดี ชวนคล้อยตาม และทั้งสองก็เล่นได้ดีมากด้วย สำหรับยูซึงโฮ บทเขาทำให้ผู้เขียนนึกถึงความเป็นเด็กเหวี่ยงๆใน The Way Home หนังที่ยูซึงโฮเล่นสมัยอายุ 9 ขวบเลย คือ น่ารักแต่น่าหยิก ถึงแม้ทรงผมของยูซึงโฮเรื่องนี้จะประหลาดหน่อย แต่ก็ยังหล่อน่ารักมาก เหมือนพัคโบกอมที่เล่นนิดเดียว แต่ก็หล่อน่ารักมากเช่นกัน

อื่นๆก็มีดีอีกหลายๆเรื่องนะ น้องโฮ่งดอลลี่น่ารัก หลายๆซีนก็ถ่ายให้เห็นความแสนรู้ น่าเอ็นดู ให้ฟิลเหมือนน้องหมากำลังมีส่วนร่วมในวงสนทนาด้วยเลย บทดอลลี่ในเรื่องนี้ก็เป็นฮีโร่ที่ได้ใจผู้ชมอย่างดี ส่วนคนร้ายก็แสดงได้จิตน่ากลัวอยู่ แม้จะไม่เน้นฉากเขย่าขวัญแบบสยองๆมากนัก การจิกกัดระบบทำงานของตำรวจก็ดูจะเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในหนังทั่วไป แต่ก็ยังทำให้ปวดจิตได้ดีอยู่แหละ

 

Blind  

 

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *