รีวิวภาพยนตร์แนว Psychological Bluebeard (2017) ลุ้นระทึกกับปริศนาฆาตกรรม

รีวิวภาพยนตร์แนว Psychological Bluebeard (2017) ลุ้นระทึกกับปริศนาฆาตกรรม

Blue Beard เป็นหนังประเภทหนึ่ง ระทึกขวัญแนวจิตวิทยาเป็น หนังระทึกขวัญ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับของการฆาตกรรม การเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นอารมณ์และน่าสนใจนี่คือเรื่องราวของหมออ่อนแอจากโซลที่มาอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ และพบเบาะแสของฆาตกรในการวิเคราะห์ศพของการฆาตกรรมต่อเนื่องเขาต้องพยายามเปิดเผยความจริงนี้ ผู้เขียนขอเล่าให้ฟังก่อนเข้าสู่เรื่องราวของภาพยนตร์ ตำนานดั้งเดิมที่ได้ยินครั้งแรกคือเทพนิยายของ French Grimm ที่มีชื่อเสียงมากสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักการตกเลือดของ Bluebeard หรือ La Barbe แปลตรงตัวเป็น “Blue Beard” ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Charles Perrault ในปี 1697 เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ฆ่าภรรยาของเขา ฆ่าคนไปหลายคนและ “เคราสีฟ้า” กลายเป็นคำสามัญของฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าภรรยาหลายคน (ส่วนผู้หญิงที่ฆ่าคนรักมากมายเรียกว่า “แม่ม่ายดำ”).

 

สรุปเรื่อง: มีหญิงม่ายผู้ร่ำรวยที่ถูกสาปด้วยเคราสีฟ้าที่น่ากลัวเธอแต่งงานมาแล้ว 7 ครั้ง แต่ภรรยาของเขาทั้งหมดได้หายตัวไป เขาแต่งงานกับภรรยาอีกครั้ง เขาให้พวงกุญแจของปราสาททั้งหลังแก่ภรรยาของเขาและบอกว่าเขาเข้าได้ทุกห้องยกเว้นห้องที่ล็อคด้วยกุญแจที่เล็กที่สุด แต่เมื่อ Blue Beard ออกจากบ้านภรรยาของเขาก็แอบเข้าไปในห้องลึกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพบศพของอดีตภรรยา 7 คนที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมอยู่ในนั้น เคราฟ้าพบอีกครั้งจึงพยายามฆ่าเธอ แต่พี่ชายของภรรยาไปช่วยและฆ่าเคราน้ำเงิน ความมั่งคั่งจึงหลั่งไหลมาสู่ภรรยาของเขา จนกระทั่งต่อมาเธอมีครอบครัวใหม่ที่มีความสุข Byun Seung Hoon (รับบทโดย Jo Jin Woong) เป็นหมอส่องกล้องทางเดินอาหาร ย้ายจากกังนัมโซลไปยังคลินิกเล็ก ๆ ของเพื่อนในชานเมืองเพื่อทำงาน ผ่านไปหลังจากความล้มเหลวของคลินิกของ Jiangnan เมืองนี้ก็กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่ยิ่งเจริญคลินิกแห่งนี้มีคนไข้จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุเนื่องจากที่นี่เป็นที่เดียวที่ให้บริการส่องกล้องและคุณไม่ต้องเดินทางไปโซล

 

หมอบยอนหย่ากับภรรยา ซูจอง (รับบทโดย ยูนเซอา) และมีลูกชายวัยสิบขวบที่ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว ที่เมืองนี้ เขาอาศัยอยู่ในห้องเล็กๆของตึกห้องเช่าที่มีเจ้าของเป็นร้านขายเนื้ออยู่ด้านล่างของตึก

ความล้มเหลวของชีวิตทุกด้านในวัยที่ควรจะมั่นคงเป็นที่พึ่งให้ครอบครัวได้ กลายเป็นเรื่องบั่นทอนความมั่นคงทางจิตใจของเขา ทำให้เขาพูดน้อย ออกไปทางเก็บตัว มีความหดหู่ ไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง แฝงความงุ่มง่ามอึกอักและขี้วิตกอยู่บ้าง แต่ก็มีความตั้งใจใช้เวลากับงานในคลีนิคให้ดีที่สุด งานอดิเรกที่เหลือพอจะทำได้เงียบๆเพียงลำพัง คือการอ่านหนังสือ หมวดปริศนาอาชญากรรม ที่ชอบมานานแล้ว เพราะสนใจการหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิต

 

สมาชิกในครอบครัวร้านขายเนื้อ มี ซองกึน (รับบทโดย คิมแดมยอง) เป็นมือชำแหละหลักของร้าน พ่อของซองกึน (รับบทโดย ชินกู) เป็นอดีตมือชำแหละที่ยังมักจ้ำจี้จ้ำไชสอนเทคนิคให้ลูกชายเสมอ ภรรยาของซองกึน และลูกชายวัยรุ่นซึ่งเป็นลูกกับภรรยาคนก่อนที่เป็นชาวฟิลิปปินส์แต่เธอหนีหายไป

 

 

พยาบาลร่วมงานที่คลีนิค มี จีซุก และ มียอน (รับบทโดย อีชองอา) ที่พยายามทำตัวดี เป็นห่วงและเอาใจหมอบยอน (เพราะเธอมีความลับต้องปกปิด รอดูเฉลยภายหลัง)

ในขณะที่มีข่าวพบศพถูกชำแหละทิ้งแม่น้ำฮันไว้ตั้งแต่ฤดูหนาวที่ผ่านมา ยังหาหัวไม่พบ หมอบยอนก็ได้สังเกตเห็นเรื่องแปลกๆรอบตัวชวนขนลุก เช่น พ่อของซองกึนที่ดูจะจิตผิดปกติ ชอบกินเนื้อดิบสดๆ และเมื่อคราวมาตรวจส่องกล้อง หลังรับยากดประสาทเขาก็พึมพำละเมอเรื่องการชำแหละชิ้นส่วนร่างกาย แยกทิ้งแม่น้ำต่างที่ อำพรางลายนิ้วมือโดยหั่นทิ้ง และ ‘หัวอยู่ในตู้เย็น’ บรื๋อส์สสส… หรือข่าวลือที่ชาวบ้านนินทาว่าแม่ซองกึนและเมียซองกึนหายตัวไปลึกลับไร้ร่องรอย …หรือว่า นี่จะคือ ‘เคราน้ำเงิน’ ของเมืองนี้

เป็นเหตุให้หมอเริ่มคอยสังเกตมองหาพิรุธในร้านขายเนื้อ จึงได้เห็นแว๊บๆว่ามีถุงดำขนาดพอดีกับหัวคน และมีกระจุกเส้นผมแพลมๆอยู่ปากถุงด้วย ทำให้เขาพยายามจะเข้าไปแอบดูค้นหาความจริงหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้เรื่องสักที

ส่วนซองกึนเองก็มีพฤติกรรมน่าสงสัย ชอบเข้าหาหมอบยอนมากเกินไปจนผิดสังเกต เสนอตัวคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ช่างดูเป็นคนดีจนเกินจริง การรุกคืบของซองกึนมักมากับคำพูดมีนัยหยอกล้อให้เกิดความหวาดกลัวเสมอ แต่หมอบยอนก็ยังต้องพยายามทำใจดีสู้เสือ เหมือนไม่รู้อะไร

เมียหมอบยอนมาเยี่ยมเพื่อถกเรื่องการดูแลลูกชาย แต่กลับมีปากเสียงจนผลุนผลันกลับไป และก็เกิดหายตัวไปในคืนนั้น จนตำรวจมาตามสอบปากคำกับหมอ

ชายวัยกลางคนลึกลับที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวคลีนิค คอยแอบมองหมอฮยอน ก็ออกมาเปิดเผยตัวตนกับหมอว่าเป็นตำรวจที่ตามสืบคดีฆาตกรรมมานาน 15 ปีแล้ว และร้านขายเนื้อนี่แหละเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐาน ทำให้หมอบยอนมั่นใจว่าต้องเข้าถ้ำเสือเพื่อนำหลักฐาน ‘ถุงดำบรรจุหัวคนในตู้เย็น’ ออกมาให้ได้ เพราะมันหลอนจิตกวนใจหมอตลอดเวลาทั้งยามตื่นยามหลับ

 

ลุ้นระทึกกับปริศนาฆาตกรรม 

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *