รีวิวภาพยนตร์ The Divine Fury (2019) การปราบผี และ ลัทธิบูชาซาตาน

รีวิวภาพยนตร์ The Divine Fury (2019) การปราบผี  และ ลัทธิบูชาซาตาน

The Divine Fury เป็น ภาพยนตร์แอคชั่น / สยองขวัญเนื่องจากเนื้อเรื่องมีพื้นฐานมาจากการปราบผีจึงน่ากลัว การบูชาซาตานคือการกระทำเพราะอาชีพของฮีโร่คือนักกีฬา MMA (ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหรือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหมายถึงศาสตร์แห่งการชกมวยในทุกสาขาและทุกประเทศ) เป็นการเพิ่มความสนุกในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับหนังผีทั่วไป นอกเหนือจากชื่อเรื่อง “Holy Fury” แล้วนี่ยังเป็นแนวเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ที่อำนวยการสร้างโดยผู้กำกับคิมจูฮวาน (หรือเจสันคิม) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากใน “Midnight Runners” (2017) ครั้งนี้เขาเป็นอีกครั้งในฐานะ ตัวเอกของ Park Seo Joon (พัคซอจุน) ภาพยนตร์เข้าฉายในเกาหลีใต้ แต่อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าการจำหน่ายตั๋วอาจเร็วขึ้น อาจเป็นเพราะขาดการสื่อสารแบบปากต่อปากอาจจะไม่ใช่แนวที่คนเกาหลีนิยมเล่นเป็นแนวตลก? อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังพบเนื้อหาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีมุมที่น่าสนใจฉันหวังว่าจะเชิญชวนให้คุณลองสนใจ

ยงฮู (รับบทโดย พัคซอจุน) แชมเปียนนักสู้ MMA ระดับโลก ผู้ไม่เคยแพ้คู่ต่อสู้ใดบนผืนผ้าใบเลยสักครั้ง ความเทพของเขามาจากจิตด้านมืดที่ต้องชนะ จะโหดแค่ไหนก็ได้

เขาเป็นคนไร้ศรัทธาในพระเจ้า แม้ว่าจริงๆแล้วเขาเกิดมาในครอบครัวคริสเตียน และเด็กน้อยยงฮูในวัย 7-8 ขวบก็เต็มไปด้วยพลังศรัทธา กระตือรือร้นอยากไปโบสถ์มาก เคยมีความคลางแคลงใจในพระเจ้าครั้งหนึ่งในเรื่องที่ไม่ปกป้องชีวิตแม่สมัยที่เขาเกิด ซึ่งผู้เป็นพ่อ (รับบทโดย อีซึงจุน) ได้อธิบายไว้ว่า แม้พ่อจะสวดภาวนามากมายให้แม่รอด แต่แม่สิสวดภาวนาแรงกล้ากว่ามาก เพื่อให้ยงฮูลูกในท้องคลอดมาได้ปลอดภัย (ซึ้งมากเลย)

ต่อมาเขาจึงพยายามจะสวดอ้อนวอนแรงกล้ากับพระเจ้าเพื่อขอให้รักษาชีวิตพ่อของเขา ซึ่งบาดเจ็บโคม่าจากการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจร (ที่เผชิญกับเรื่องร้ายเกินคาดโดยไม่มีใครรู้) แต่เมื่อพ่อหนีไม่พ้นชะตาความตาย เขาจึงเสื่อมศรัทธามานับจากนั้น แถมยังโกรธแค้นบาทหลวงที่โบสถ์ซึ่งไม่สามารถสวดอ้อนวอนได้สัมฤทธิ์ผล

วันหนึ่งขณะที่แชมเปียนยงฮูกำลังเดินทางกลับมาเกาหลี แต่ตื่นขึ้นมาพบรอยแผลแหลมลึกเกิดขึ้นที่ฝ่ามือข้างหนึ่ง และมักมีเลือดออกกลางดึกเมื่อฝันว่าถูกคุกคามจากสิ่งชั่วร้ายบางอย่าง แพทย์ก็หาข้อสรุปของโรคให้ไม่ได้ แต่ผู้จัดการส่วนตัวได้แนะนำให้ลองไปหาหลานสาวของเขา ซึ่งเธอเคยประสบเหตุประหลาดทำนองเดียวกัน จนลงเอยด้วยการตาบอดแต่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ จึงมายึดอาชีพแม่หมอ เธอได้ชี้แนะให้ยงฮูไปหาบาทหลวงอัน (รับบทโดย อันซองกี) ที่โบสถ์

บาทหลวงอัน เป็นบาทหลวงปราบผีสไตล์คาทอลิค สังกัดองค์กรลับกลุ่มนักปราบผีปีศาจมืออาชีพที่ชื่อว่า Arma Lucis (แปลว่า อาวุธแห่งแสง) เดินทางมาจากวาติกันพร้อมกระเป๋าอุปกรณ์ปราบผีปีศาจครบเครื่อง (ผู้กำกับพิถีพิถันกับการออกแบบอุปกรณ์ต่างๆและฟังก์ชันการใช้งานมาก) เพื่อภารกิจหลักคือตามหาดาร์กบิชอป นักบวชผู้มีจิตฝักใฝ่พลังมืด แต่ระหว่างนั้นบาทหลวงก็ช่วยปราบผีให้ผู้เดือดร้อนที่ขอความช่วยเหลือมาเสมอ คงหวังว่าอาจจะเป็นช่องทางให้สาวไปหาดาร์กบิชอปเจอก็ได้ แต่งานปราบผีปีศาจมันช่างเยอะแยะและเหน็ดเหนื่อย จำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่ดี

 

 

ในคืนที่ยงฮูแวะไปหาบาทหลวงอัน ซึ่งกำลังทำพิธีปราบผีร้ายร่วมกับผู้ช่วยจูเนียร์ คือ บาทหลวงชเว (รับบทโดย ชเวอูชิก) ฤทธิ์เดชของผีร้ายทำเอาบาทหลวงชเวตกใจหนีกระเจิงไป และบาทหลวงอันก็กำลังเพลี่ยงพล้ำปางตาย ยงฮูจึงเข้าไปช่วย ก็ได้พบว่า ฝ่ามือที่มีแผลปริศนาของเขานี่แหละที่กลายเป็นอาวุธได้ เมื่อผนึกกำลังรวมกับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของบาทหลวงอันก็สามารถกำจัดผีร้ายได้ชะงัด บาทหลวงอันจึงไปช่วยปัดเป่าสิ่งรบกวนให้ยงฮูที่บ้าน ซึ่งก็ได้ผล ทำให้คืนนั้นยงฮูได้นอนหลับเต็มอิ่ม เลือดไม่ออกจากมือกลางดึกอีกแล้ว แต่ยงฮูก็ยังต้องการนำสร้อยไม้กางเขนไปคืนให้บาทหลวงอัน เพราะตนจะไม่ศรัทธาแน่นอน

 

 

บาทหลวงอันเป็นคนจริงจังกับงาน มองโลกในแง่ดี เป็นมิตร สงบอบอุ่น และจริงใจมาก แต่ละบทสนทนาที่แฝงการจูงใจยงฮูให้กลับมาศรัทธาในพระเจ้า และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ยงฮูก็ไม่สนใจตอบรับ จนเมื่อได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับบาทหลวงอันหลายๆครั้งเข้า รวมทั้งการเห็นภารกิจปราบผีที่เสี่ยงภัยเกือบเอาตัวไม่รอดบ่อยครั้ง จนทำให้เขาอดใจช่วยไม่ได้ ปราการจิตใจของยงฮูกำลังสั่นไหว ความศรัทธาจะกลับคืนมาอย่างไร ต้องไปตามดูกัน

 

ส่วนดาร์กบิชอปที่แฝงตัวมาอยู่เกาหลีในชื่อว่า จีชิน (รับบทโดย อูโดฮวาน) เปลือกนอกเป็นนักธุรกิจเศรษฐีหนุ่มหล่อ เจ้าของไนท์คลับดัง แต่เบื้องหลังหมกมุ่นการเป็นอมตะด้วยพิธีกรรมสังเวยวิญญาณให้ซาตานอสรพิษร้าย ซึ่งมีอาวุธเด็ดเป็นเขี้ยวอสรพิษ จีชินสวมแหวนอีกาที่มีปลายจงอยยาวแหลมจิกเจาะให้เลือดตก เป็นสัญลักษณ์ความชั่วร้าย ตรงกันข้ามกับแหวนอธิษฐานทรงไม้กางเขนของบาทหลวงอันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการปราบผีร้ายให้มนุษย์สงบสุข บาทหลวงอันและยงฮูจะหาดาร์กบิชอปเจอและรับมือกับเขาอย่างไร คงต้องตามไปเอาใจช่วยลุ้นละ

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าหนังเรื่องนี้มีดีและมีติคู่ไปด้วยกัน การผูกเรื่องได้ค่อนข้างน่าสนใจดี ชอบนะที่รวมเอาหลายๆอย่างมาอยู่ด้วยกันได้กลมๆดี ตั้งแต่พลอตปราบผี ความศรัทธาในพระเจ้า (นัยความเชื่อ-ความศรัทธาในมิติอื่นๆด้วย) ธรรมะ vs อธรรม นัยการสู้กันของความดีความชั่วในจิตใจของตัวตนมนุษย์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวยงซูเอง) ความแฟนตาซีของสิ่งที่เป็นอาวุธของพระเอก (ฝ่ามือ) และอาวุธของตัวร้าย (ซาตานอสรพิษ) ในการต่อสู้กัน แต่รวมๆก็จะมีจุดอ่อนที่ตรรกะอาจหย่อนหายไปบ้าง หรือการอธิบายขยายความอาจน้อยไปนิด จนทำให้ผู้ชมต้องช่วยมโนเสริมเข้าไปเอง หรือถ้าไม่คิดตั้งคำถามมากนัก ปล่อยใจคล้อยตามเรื่องไป ก็ดูสนุกได้ประมาณนึงนะคะ

ส่วนจังหวะจะโคนของการเดินเรื่อง ก็เป็นลักษณะการสลับไปมา เร้าใจแล้วพัก พักแล้วเร้าใจใหม่ หลายช่วงหลายชอต ช่วงเร้าใจก็ทำได้ดีนะ ตื่นเต้น ระทึก สมจริง งานโปรดัคชันถึงอย่างครบเครื่อง แต่บางช่วงจังหวะพักก็อาจดูเรียบเนือยไม่ค่อยกระชับนัก

นัยที่แฝงมากับบทที่พูดถึงความรักความศรัทธาที่ควรมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ในยุคสมัยนี้อาจมีผู้คนมากมายที่คิดและเป็นแบบยงซู หรือคนไร้ศาสนาก็มีเยอะขึ้นทุกวันนะ แต่ผู้เขียนรู้สึกได้ว่าหนังหยิบการถ่ายทอดความรักความศรัทธาที่มนุษย์พึงมีในการดำรงชีวิตให้มีคุณธรรมและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้มีชั้นเชิงดี ผ่านหลายระดับ คือ การศรัทธาในพระเจ้าหรือพระบิดา ซึ่งอาจมองเป็นเรื่องนามธรรม แต่การศรัทธาต่อตัวพ่อบาทหลวง (บาทหลวงอัน) เป็นรูปธรรมที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ และระดับที่รูปธรรมใกล้ตัวสุด เชื่อฝังใจได้แบบแทบไม่ต้องมีเหตุผล คือพ่อของตัวเอง (ตรงกับศาสนาเราที่สอนว่าพ่อแม่คือพระในบ้านในใจเรา) ยงซูเชื่อและศรัทธาตัวพ่อ เก็บแหวนของพ่อไว้กับตัวเสมอ ในวันที่เขาพิสูจน์ได้ว่า ถ้าเขามีศรัทธาแรงกล้า จะมีพลังต่อกรกับความชั่วร้ายได้อย่างสุดกำลัง เขาก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตของบาทหลวงอันได้ จะให้ไปคิดต่อกันเองว่ายงซูจะกลับไปเป็นคริสตชนที่เคร่งครัดเหมือนเดิมหรือไม่ อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับที่เขาเข้าใจคำว่า ‘ศรัทธา’ ในความรักและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และปลดแอกจิตใจด้านมืดของตัวเองได้

ฝ่ามือที่เกิดรอยจากวัตถุแหลมประหลาดมีเลือดออก ก็เป็นพลอตจินตนาการที่อาศัยเรื่องราวของพระเยซูถูกตอกตะปูตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ อันเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่เพื่อไถ่บาปให้มวลมนุษย์ และกลับมาส่งพระจิตช่วยเหลือมวลมนุษย์ แผลของยงฮูที่ถูกปีศาจร้ายรีดเลือดทุกคืน ก็เหมือนการกระตุ้นชะตาของยงฮูให้พบกับทางธรรมเร็วขึ้น คือได้พบกับบาทหลวงอัน (สัญลักษณ์ความเป็นพ่อ) ซึ่งจะเป็นคนช่วยเปิดใจให้เขากลับมามีศรัทธา และฝ่ามือนี้แหละจะพลิกกลับกลายเป็นอาวุธทรงพลังจากพระเจ้าที่ใช้กำจัดสิ่งชั่วร้ายหรือบาปมนุษย์ที่สะสมอยู่บนโลกนี้ ซึ่งเป็นไปตามชื่อเรื่องในภาษาเกาหลีว่า 사자 (ซาจา) ซึ่งไม่ได้แปลตรงๆว่า สิงโต แต่เป็นความหมายถึง ผู้ที่ถูกพระเจ้าเรียกหาให้เป็นตัวแทนต่อสู้กับเหล่าร้าย

บทไดอาล็อกดีๆหลายๆอันน่าสนใจมาก เช่นคำอธิบายของพ่อเรื่องทำไมแม่ตาย บทสนทนาอื่นๆของบาทหลวงอันที่พูดถึงความเชื่อความศรัทธา

 

ดูหนังออนไลน์  

 

 

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *