รีวิวหนัง Phantom Thread – เส้นด้ายลวงตา ใน London ปี 1950

สปอยล์] Phantom Thread เชิญร่วมรับประทานอาหาร ณ ห้องเสื้อ Woodcock - Pantip

หนัง Phantom Thread หรือชื่อไทยว่า เส้นด้ายลวงตา เป็นเรื่องราวที่เกินใน London ปี 1950 ของ Reynolds Woodcock ช่างตัดเสื้อผู่โด่งดัง เขาได้ตัดเย็บชุดให้กับเชื้อพระวงศ์ ดารา คนดังต่างๆ มากมาย ชีวิตของเขาต้องผ่านผู้หญิงมากหน้าหลายตา พวกเธอเป็นทั้งเพื่อน แรงบันดาลใจ ให้กับชายผู้พึงพอใจกับการเป็นโสด แต่แล้วชีวิตของเขาก็พลิกผันด้วยความรัก ของหญิงสาวผู้เข้มแข็งอย่าง อัลมา เธอผู้มาทำให้โลกของเขาหมุนไม่เดิมอีกต่อไปหนัง

เรื่องราวของชายวัยกลางคนนักออกแบบเสื้อผ้าหรูหราให้กับเหล่าบรรดาชนชั้นสูงแต่เขากลับไม่ชอบเข้าสังคมสักเท่าไหร่ และไม่ค่อยจะมีใครกล้ารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเขา มีเพียงพี่สาวคนสนิทที่เป็นทั้งผู้ช่วยเรื่องงานและเป็นผู้กล้าออกความเห็น ที่เหลือนอกจากนั้นทั้งชีวิตของเขาก็ดูเหมือนจะมีเพื่อนเป็นผืนผ้า มีคนรักเป็นรูเข็มกับเส้นด้าย และมีสมุดสเกตช์อำนวยความบันเทิงเริงใจ แรงบันดาลใจเดียวที่ทำให้เขายังมีความสุขอยู่กับชีวิตคือการรังสรรค์ชุดเลิศหรูให้กับคนมีหน้ามีตาในสังคมกระเป๋าหนักได้สวมใส่ออกงาน ไม่ว่าจะเป็นชุดราตรีออกงานสังคม งานปาร์ตี้ ไปจนถึงชุดแต่งงานของเจ้าสาวระดับเจ้าหญิง แต่ทว่าเขากลับเป็นชายผู้ที่แห้งแล้งซึ่งความรักกระทั่งได้มาพบกับสาวเสิร์ฟบ้านนอกและรักกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสื้อผ้าอาภรณ์เป็นสายใยชักพาให้ชายหญิงทั้งสองคนใกล้ชิดและแนบแน่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จักที่ถูกชะตา จนกระทั่งเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันและทำให้ชีวิตของคนสองคนเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

ชอบไอเดียความรักของเรื่องทีนำไปสู่ตอนจบของหนังมากๆ ที่ปูทางให้คนที่อยู่ในสังคมชั้นสูงมาพบรักกับสาวเสิร์ฟบ้านนอก และไม่ได้มีความแตกต่างกันเพียงแค่สังคม ทั้งพื้นเพชีวิต ความคิด ทัศนคติ การศึกษา และวัยวุฒิซึ่งทุกอย่างที่เป็นทั้งเขาและเธอแทบจะตรงกันข้ามกัน แรกเริ่มตัวละครพระนางต่างวัยแสดงให้เห็นตัวตนของตัวเองเพียงแค่สิ่งที่อยากให้อีกฝ่ายได้เห็น เกิดความโรแมนติกวาบหวานราวเทพนิยายดั่งเจ้าชายพาเจ้าหญิงขึ้นรถม้าเข้ามาใช้ชีวิตในรั้ววัง จนกระทั่งมาถึงจุดที่หญิงสาวอยู่ตำแหน่งที่กล้าจะต่อรองและหักล้างกับความเจ้ากี้เจ้าการของชายคนรักผู้เป็นช้างเท้าหน้านำพาเธอมาใกล้ชิดสังคมที่สูงศักดิ์มากขึ้น แต่ทั้งหมดที่เธอกระทำไม่ได้เกิดจากแรงผลักดันอย่างเช่น อยากสูงศักดิ์จนกลายเป็นวัวลืมตีน หรืออยากล้มสามีเพื่อให้ได้สมบัติอะไร แต่เป็นเพราะความรักความต้องการที่คุคลั่งอยู่ภายใน

มันไม่ได้เป็นหนังรักใสใสใจชื่นบานแบบเจ้าชายกับซินเดอเรลล่า หรือนำไปสู่ความร้าวรานที่มาจากเหตุแห่งโศกนาฏกรรมใดๆ แต่กลับนำพาไปสู่จุดสำเร็จความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าลึกลับและยังคงชวนตั้งคำถามเพื่อซอกแซกหาคำตอบบนรูปแบบความสัมพันธ์ของคนรักทั้งคู่ที่เกิดขึ้น แต่เสียดายที่วิธีการเล่าเรื่องของหนังโดยรวมไม่ได้ถูกจริตจนทำให้เราคล้อยตามเรื่องราวและชอบหนังมากมายอย่างที่เห็นใครหลายคนชอบกัน ก็เลยไม่ได้ถึงขั้นเชียร์ให้เป็นหนึ่งในหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ แต่ถึงยังไง Phantom Thread ก็ได้เขี่ยให้หนังดีมีประเด็นสังคมที่ส่วนตัวแล้วคล้อยตามได้มากกว่าอย่าง I, Tonya (Craig Gillespie | USA | 2017) กับ The Florida Project (Sean Baker | USA | 2017) หลุดหายไปเรียบร้อย

 

แต่ก็เข้าใจได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อได้พิจารณาดีๆ หลังจากดูหนังจบไปได้สักพักแล้วก็เริ่มมองเห็นรายละเอียดที่งดงามต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งงานสร้างดีๆ

การกำกับและเขียนบทแบบนุ่นนวลและเด็ดขาดของ Paul Thomas Anderson นั้นดูสมบูรณ์ตามหนังปกติทั่วไปยิ่งกว่า I, Tonya หรือ The Florida Project

แค่เพียงการใช้เนยหรือน้ำมันทอดของกินก็สามารถใช้เล่ามิติตัวละครที่ลงหมึกเพียงปลายเข็มแต่สร้างให้เห็นหลากลายงามของผ้าทั่วทั้งผืนได้ และการแสดงที่ดี

งามโดดเด่นของทั้ง Daniel Day-Lewis, Vicky Krieps และ Lesley Manville (ซึ่งรายแรกกับรายหลังได้เข้าชิงออสการ์สาขารางวัลนักแสดงนำชายและนักแสดง

สมทบหญิงตามลำดับ) นั้นได้สร้างให้เรื่องราวความรักอันชวนฉงนนี้ให้เป็นจริงอยู่ได้ รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆ น้อยที่ผ่านการคิดมาอย่างดีซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในหลายๆ ฉากตอนก็ช่วยให้หนังน่าสนใจและประคับประคองนำพาให้บทสรุปของความรักของชายหญิงต่างขั้วความคิดยังคงวนเวียนอยู่ในหัว(ใจ)ได้ไปอีกนาน  ที่มา

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *