รีวิว ดิว ไปด้วยกันนะ ย้อนกลับไป 23 ปีก่อน หนังเปิดฉากมาด้วย เมืองเล็ก ๆ ที่โคตรสงบ

รีวิว ย้อนกลับไป 23 ปีก่อน หนังเปิดฉากมาด้วย เมืองเล็ก ๆ ที่โคตรสงบอย่าง “ปางน้อย” ดิว นักเรียนชายที่เพิ่งย้ายมาใหม่ กำลังเดินทางไปโรงเรียนผ่านเมืองที่ไม่มีผู้คนสักคนเดียว เพราะ เมืองเล็ก และถูกทักโดย “ภพ” พระเอกของเรา ทั้งคู่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงกันจนสนิทกันอย่างรวดเร็ว แต่ในสมัยนั้นความรักระหว่างเพศเดียวกันถือเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด และยอมรับไม่ได้ในสังคม ทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องจากกันในที่สุด แต่หลังจากนั้น 23 ปีให้หลัง โชคชะตาก็นำให้ ภพ และ ดิว ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ไม่ใช้การกลับมาพบกันแบบธรรมดาๆ ทั่วไป และนั่นก็นำพาเรื่องราวทั้งหมดไปสู่ตอนจบที่อินดี้สุดๆ (เดี๋ยวจะมาบอกว่าทำไม)

สิ่งที่สะดุดตา และเหมือนเป็นลายเซ็นของพี่มะเดียวก็คงเป็นการหา โลเคชั่น, อุปกรณ์ย้อนยุค และการถ่ายภาพที่สวยมากๆ เอาจริงๆ นี่มันงานศิลปะชัดๆ มุมกล้องก็มีมุมแปลกใหม่ให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ และก็อย่างที่หลายๆ คนรู้ว่าต้นเรื่องมาของหนังก็เปิดประเด็น LGBTQ เลย แต่นักแสดงนำทุกคนถือว่าเล่นได้ดีนะ ดูมันค่อนข้างพอดีไม่เยอะไป ไม่น้อยไป ค่อนข้างดูเป็นชายที่ต้องแอบรักชายดี (ยกเว้นฉากนึงที่ ดิว ดันคอสเพลย์เป็นทาทายัง สมัยออกอัลบั้มแรก คือ…ผู้ชายจริงเขาจะแต่งตัวเลียนแบบนักร้องหญิงจริงหรอ? แกต้องแอ๊บนะดิว!) ก่อนดูผมแอบกังวลเรื่องนักแสดงเด็กอยู่เหมือนกัน แต่พอดูแล้วผมว่าผ่าน ทุกคนเลย

ข้างบนคือสิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้ แต่เอาจริงๆ นะหนังมีช่องโหว่เยอะมาก ผมว่าไม่มาสเตอร์พีซอย่างที่หวังเลย …หรือผมหวังมากไป? มาเริ่มกันที่ มีหลายฉากเลยที่ “น้องหลิว” หน้าเทามาก แบบลอยสุดๆ นี่ยังไม่คิดว่านางเป็นนักเรียน ม.4 ที่แต่งหน้าออกจะเข้มกว่า “พี่อร” เมียคนปัจจุบันของ “พี่ภพ” อีกนะ

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีอีกหลายซีนที่ไม่ควรจะมี การมีซีนเหล่านั้นเป็นต้นเหตุให้หนังพังมาก ผมไม่ค่อยอยากจะบอกหรอกเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการสปอย แต่ที่แน่มี 2 ฉากที่ขัดใจสุดๆ และผมคิดว่าน่าจะพอบอกได้ คือฉากย้อนอดีตที่ดันทำให้เห็นว่า ภพ พระเอกของเรามีกลับมาที่ปางน้อยหลังจากที่หนีออกจากไปประมาณปีกว่า ซึ่งต้นเรื่องดันทำให้เราคิดว่าหนีไป 23 ปีเลยแล้วค่อยกลับมาทีเดียว ฉากนี้แหละทำให้คิดเลยว่าแล้วยังไงต่อ? หลังจากกลับมาบ้านแล้วกลับไปกรุงเทพยังไง? ทำไม 23 ปีให้หลังพี่ชายภพในปัจจุบันถึงทักว่า “ทำธุระกิจเจ๊งเลยกลับมาบ้านสินะ”? ทำไมห้องมันรกเหมือนไม่มีคนอยู่มานาน? (ไปดูแล้วจะรู้เอง ผมอธิบายมากจะไม่ดี) ฯลฯ คือฉากนี้มันต้องมีเพื่อบอกเรื่องราวบางอย่าง แต่เมื่อพี่มะเดียวเลือกจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ควรจะใส่ฉากแบบอื่นที่ได้ผลลัพธ์เหมือนกันจะดีกว่า อ่านต่อ

Categories: ภาพยนตร์

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *