รีวิว Fate: The Winx Saga – เฟต: เดอะ วิงซ์ ซาก้า โลกเวทมนตร์สุดลึกลับ

รีวิว Fate: The Winx Saga - เฟต:  เดอะ วิงซ์ ซาก้า โลกเวทมนตร์สุดลึกลับ

รีวิว Fate: The Winx Saga – เฟต: เดอะ วิงซ์ ซาก้า เป็นอีกครั้งที่เราได้ท่อง โลกเวทมนตร์สุดลึกลับ แถมยังได้หวนรำลึกความหลังไปยังวัยเด็กแสนสดใส เมื่อเรื่องราวของเหล่าแฟรี่ที่มีพลังเวทแตกต่างกันไปอย่าง วิงซ์คลับ (Winx Club) ซึ่งเคยโลดแล่นบนจอทีวีในฉบับ การ์ตูนแอนิเมชัน ตั้งแต่ปี 2004-2019 ได้กลายเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงภายใต้ชื่อ เฟต เดอะ วิงซ์ ซาก้า (Fate: The Winx Saga) ออนแอร์บนแพลตฟอร์มความบันเทิงระดับโลกอย่าง Netflix นั่นเอง รีวิว Fate: The Winx Saga

เรื่องย่อ

เมื่อสาวน้อย บลูม ได้เข้าโรงเรียนพลังเวทย์ อัลเฟีย เธอต้องเรียนรู้ที่จะเรียกพลังเวทย์ของตนและปรับตัวเข้าสู่โลกแห่งแฟรีที่เธอไม่คุ้นเคยรวมถึงค้นหาเรื่องราวของครอบครัวที่แท้จริงที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ดำมืดของอัลเฟีย ในขณะที่ภัยร้ายจาก เบิร์นวัน กำลังคืบคลานเข้ามาสู่อัลเฟียมากขึ้นทุกที

 

ซีรีส์แนววัยรุ่น แฟนตาซี-ลึกลับ ดัดแปลงจากแฟรนไชน์อนิเมชั่นของค่าย นิคคาโลเดียนเรื่อง Winx Club วิงซ์คลับ ที่สร้างขึ้นโดย Iinio Straffi ภายใต้บริษัทอนิเมชั่น Rainbow S.p.A. ร่วมกับ ViacomCBS Inc.

หรือค่ายแม่ของ พาราเมาต์ พิคเจอร์ โดยเขาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการผลิต และฝากฝังให้ Brian Young รับหน้าที่เป็นผู้นำในการสร้างซีรีส์ นำแสดงโดย อาบิเกล โคเวน,แฮนนาห์ แวน เดอร์ เวสธายเซน,เพรเชียส มุสตาฟา

หลังจากออกอากาศไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ซีรีส์ Fate: The Winx Saga มีกระแสตอบรับทั้งเชิงบวกและเชิงลบ หลายคนที่เป็นแฟนการ์ตูนวิงซ์คลับ (Winx Club) มาก่อน ย่อมมีอาการหน้าบูดหน้าเบี้ยวกันบ้าง ด้วยฉบับซีรีส์ค่อนข้างดัดแปลงการ์ตูนต้นฉบับที่เคยผ่านตาไปมากพอสมควร

ไม่ว่าจะเป็นโทนเรื่อง เสื้อผ้าหน้าผม การสอดแทรกการชิงดีชิงเด่น ปัญหาหัวใจ มิตรภาพ โดยเฉพาะตัวละครบางตัวที่ไม่ตรงกับต้นฉบับ ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือเชื้อชาติ แต่เข้าใจได้ว่าการพลิกแพลงบทบาทเหล่านี้

เป็นไปเพื่อการเพิ่มมิติความสมจริงให้ตัวละครมากขึ้น ในฐานะที่ผู้เขียนไม่ใช่แฟนการ์ตูนวิงซ์คลับ ถือว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเหตุผล ไม่ประดักประเดิก เรียกว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้โลกเวทมนตร์คู่ขนานดูสมจริงมากขึ้นด้วยซ้ำ

กลายเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดง

นี่ถือเป็นซีรีส์ออริจินัลของเน็ตฟลิกซ์ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยการบิดเรื่องราวต้นฉบับที่สดใสและฟรุ้งฟริ้ง แต่มีกลิ่นอายของความมืดมิด ให้เป็นโทนดาร์ก สมจริง และจริงจังเหมือนกับที่เน็ตฟลิกซ์เคยทำสำเร็จไปแล้วใน RIVERDALE ที่หยิบนำหนังสือการ์ตูนในเครือ Archies

มาดัดแปลงให้เป็นเรื่องเป็นจักรวาลได้ จากซีรีส์การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงที่เป็นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง Winx Club จะถูกมาดัดแปลงเป็นซีรีส์ความยาว 6 ตอนที่แฝงไปด้วยโทนเรื่องที่มืดหม่นแต่ก็ยังมีเรื่องของพลังธาตุและเหล่าแฟร์รี่ผู้ใช้พลังในการปราบเหล่าร้าย

เพียงแต่ในครั้งนี้เน็ตฟลิกซ์กล้าที่จะดัดแปลงบางส่วนที่ทำให้แฟนคลับหลายคนถึงกับหน้าบูด ไม่ว่าจะเป็นการตัดตัวละครฟลอร่า ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอนิเมะ ให้กลายเป็นเทอร่า สาวร่างใหญ่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธออีกที เปลี่ยน มูซ่า สาวเอเชี่ยนผมสีน้ำเงินให้กลายเป็นสาวอังกฤษไปแทน

ไหนจะรวบตัวละครแก๊งตัวร้ายอย่าง The Trix ให้เป็น บีเอทริก สาวแสบไปโดยปริยายะ ตัดตัวละคร เทคน่า ออกไปอีก เรื่องของคอสตูมกับเรื่องย่อที่แค่ปล่อยดูหนังฟรีออกมาก็ทำเอาทุกคนกรีดร้อง ว่าตกลงมันใช่ Winx Club จริงเหรอ (ไม่แปลกใจว่าทำไมใช้ชื่อใหม่ไม่เหลือเค้าวิงซ์คลับ)

เนื้อเรื่อง

บลูม หญิงสาวอายุสิบหกปี ที่มีปัญหาสังคม รักสันโดษ จนถูกส่งตัวมาอยู่โลกคู่ขนานที่สถาบันอัลเฟีย สถาบันที่รวบรวมเหล่าแฟร์รี่และสเปเชี่ยลลิสต์เพื่อฝึกฝนในการใช้พลังธาตุที่ทรงพลัง รวมทั้งพิทักษ์โรงเรียนจากภัยที่อยู่ภายนอก

เธอได้พบกับ สเตล่า สาวแซ่บผู้ทำตัวเป็นที่เกลียดของทุกคน มิวซ่า สาวอังกฤษผมน้ำเงินที่ชอบอยู่กับตัวเอง เทอร์ร่า สาวอ้วนผู้รักในต้นไม้และความสนุก ไออิชา สาวผิวสีที่มีความสามารถพิเศษ พวกเธอเหล่านี้มาจากต่างถิ่น ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

แต่ทว่า เมื่อภัยร้ายเริ่มคืบคลานเข้าสู่สถาบันอัลเฟีย พวกเขาจึงต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจและปลดปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่ให้ได้ ก่อนที่ภัยร้ายจะคร่าชีวิตทุกคนในโรงเรียน

การดำเนินเรื่อง

ไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากครับ แค่ตอนแรกก็เดินเรื่องทันทีแล้วค่อยมาเล่าปมทีหลัง แค่ยี่สิบนาทีตัวละครต่าง ๆ ที่สำคัญ ก็มาให้เราได้รู้จักถึงบุคลิก นิสัยใจคออย่างรวดเร็ว ไม่มีอืดอาดยืดยาด ไม่ออกนอกทะเล เล่าเรื่องเร็ว ปล่อยประเด็นไปแบบเรื่อย ๆ แต่ค่อย ๆ ทิ้งเชื้อความน่าสนใจไว้แต่ละตอน

แต่หลังจากนั้นมันจะหักมุมใส่คนดู เล่าเฉลยว่าเป็นแบบนี้ สรุปเป็นอีกแบบ และยังมีเรื่องของความรัก มิตรภาพและพลังธาตุที่ปูมาเป็นระยะ ๆ ควบคู่กับปมปัญหาของตัวละครที่ใส่เข้ามาอย่างพอดิบพอดี ผสมกับฉากต่อสู้ที่ชวนให้ลุ้นระทึกในแต่ละตอน

จุดที่ชอบ

สิ่งที่บอกเลยว่าเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้คือ เรื่องของความลับ ทุกตัวละครในเรื่องล้วนมีความลับและความอึดอัดในใจที่ไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ ต่างฝ่ายเข้าหากันด้วยความพยายามที่จะรู้จักอีกฝ่าย ซึ่งส่งผลที่ต่างไป ทั้งกลายเป็นความรัก ความสัมพันธ์ ความเกลียดชัง

เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจ ช่วยเหลือกัน ที่ผมชอบเลยคือ ผมไม่ต้องมาเห็นการพยายามสร้างตัวละครจนดูดีเกินไป ตัวละครทุกตัวล้วนมีความผิดพลาด ทั้งชายและหญิง ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น ต่างฝ่ายต่างทำสิ่งที่เชื่อต่างกันไป

เคมีของตัวละครนั้นถือว่าเข้ากันได้ดีมาก และล้วนมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง ในจะประเด็นเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ สตรีนิยม เฟมินิสต์ การต่อสู้ทางความคิดระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ความเชื่อที่สามารถบิดเบือนได้ตามสิ่งที่ได้ฟังหรือได้เห็น

อยู่ที่การเปิดรับของคนคนนั้นมากกว่า ความเจ็บปวดของการที่ต้องแบกรับและยอมรับในตัวเองจากความผิดพลาด ความรักที่เกิดจากความไม่เชื่อใจและการวนเวียนอยู่กับอดีตที่ไม่สามารถลบเลือนได้

อาจมีบ้างที่การแสดงออกดูตะกุกตะกัก ตอนที่เห็นตัวอย่างผมกังวลมากว่าตัวละครที่ถูกดัดแปลงจะไปคนละทิศคนละทาง แต่พอได้ชมจริง มันกลับทำออกมาได้อย่างลื่นไหล และสุดท้ายมันก็ทำให้เรื่องราวสนุกมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าคนที่ไม่เคยดูซีรีส์การ์ตูนหนังออนไลน์ คุณก็อาจจะสนุกไปกับเรื่องราวของมันได้ มันก็ไม่ได้ดีเวอร์วังหรอก เรียกว่าเกินคาดดีกว่า ส่วนแฟนการ์ตูนที่เคยดู ถ้าลองเปิดใจก็จะเห็นมุมมองใหม่ ๆ โทนเรื่องที่ส่งเสริมความสมจริง ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ทำได้สำเร็จ และสนุกมาก ๆ

โทนของอารมณ์ต่างๆ

พลังธาตุอาจไม่ได้ถูกชูในแง่ของความสวยงาม แต่กลับใช้ในแง่ของความสมจริง พลังดิน น้ำ ลม ไฟ สายรุ้ง หรือแม้แต่พลังที่เหนือกว่า ให้ความรู้สึกติดดิน และเห็นความเป็นไปได้ ยิ่งตอนที่ใช้พลังนั้นถือว่าจัดเต็มแสงสีอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่การใช้พลังนั้นมาจากการใช้อารมณ์ความรู้สึกที่หนักแน่น

ทั้งยังผ่านชุดแคสนักแสดงของเรื่องที่มีหลากหลาย เน็ตฟลิกซ์ก็สามารถทำออกมาได้อย่างไม่รู้สึกประดักประเดิกเหมือนเรื่องอื่น ๆ ที่เคยมีประเด็นดราม่ามากมาย เพราะมันก็คือการตีความใหม่ให้สมจริง ไม่ทับไลน์กับการ์ตูนที่ผู้สร้างตั้งใจ และสื่อถึงปัญหาที่วัยรุ่นต้องพบเจอการเก็บกดกับปัญหาไว้ได้อย่างดี

หากถามว่าสิ่งที่ขัดใจ คือ บทพูดที่ดูเหนือจริง และ คอสตูมที่เหมือนมีไม่กี่ชุด แถมยังไม่มีเสน่ห์เลยกับนักแสดง ต้องขอบคุณการแสดงที่ทุกคนแสดงออกมาได้ดี รวมไปถึงโทนอารมณ์ของเรื่องที่รักษาโทนพร้อม ๆ กับใส่แนวเรื่องทั้งดราม่า โรแมนติก คอเมดี้

และระทึกขวัญอย่างลงตัว ทำให้นึกถึงตอน RIVERDALE ที่ซีซั่นแรกเป็นแบบนี้เลย แต่ก็มีช่วงที่อืดบ้าง เพราะบางครั้งฉากการพูดที่ดูสนุกก็น่าเบื่อในเวลาเดียวกัน อีกทั้งการดำเนินเรื่องที่เร็วไปอาจจะทำให้เราไม่เชื่อในความสัมพันธ์ที่ไปไวมาก ๆ จนแบบ หา มันยังไงเนี่ย  อ่านต่อได้ที่  

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *