รีวิว Pacific Rim สงครามอสูรเหล็ก ผู้กำกับฯ Guillermo del Toro

อีกเรื่องที่รอคอย มาสักพักใหญ่ก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย “Pacific Rim” งานระดับพักผ่อนของท่านผู้กำกับฯ อย่าง Guillermo del Toro คนที่เคยกำกับฯ มาแต่งานระดับขึ้นหิ้ง ทั้ง Hellboy, Pan’s Labyrinth, Cronos, Mimic และ The Devil’s Backbone หายหน้าหายตาไปจากงานกำกับฯ เสียหลายปี วันนี้ กลับมาด้วยงานที่ไม่หนักแต่ใหญ่ ปล่อยคลิปออกมามาย ล้วนแต่สร้างความอยากให้บังเกิดในใจทั้งนั้น!

หลังนำ เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังขนาดยาวของ ‘Pacific Rim’ มาให้อ่านกันเมื่อวันก่อน วันนี้ ก็ได้ชมภาพยนตร์ตัวจริงกันแล้ว แถมได้ชมในแบบ IMAX เสียด้วย ไม่ต้องรอชมโฆษณาอะไรทั้งสิ้น เริ่มต้นมาก็อลังการกันเลยทีเดียว รู้สึกได้ทันทีว่า เรื่องนี้มันเหมาะเหม็งที่จะดูในโรง IMAX 3D จริงๆ อะแหละ

เรื่องราวเล่าสั้นๆ ได้ประมาณว่า มันมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ขึ้นมาจากใต้มหาสมุทร คอยทำลายล้างมนุษย์และโลก มนุษยจึงสร้างหุ่นยักษ์ที่มีมนุษย์ควบคุมอยู่ข้างในขึ้นมาเพื่อปราบ ฟังดูแล้วเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าคุณไปดูก็จะพบว่า ผู้กำกับฯ คนนี้ท่าทางจะดูการ์ตูนญี่ปุ่นเยอะทีเดียว

ถ้าเล่าให้ยาวขึ้นไปอีก ก็ต้องเพิ่มเติมเสริมทัพเข้าไปว่า พวกสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์นี้ผ่านเข้ามาจากต่างดาวทางรอยแยกของกาลเวลาที่อยู่ ณ ใต้ทะเลลึกของมหาสมุทรแปซิฟิค เจ้าตัวสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ เขาเรียกว่า “ไคจู” (เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลตรงๆ เลยว่า สัตว์ประหลาด) ยิ่งนับวันก็ยิ่งมาบ่อยขึ้นและมีพลังมากขึ้นๆ ทุกที อาวุธอย่างเครื่องบินรบ กลายเป็นอาวุธธรรมดาๆ ที่ต่อกรอะไรไม่ได้อีกต่อไป จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกประเทศที่ติดกับแปซิฟิคสร้างกองทัพหุ่นยนต์ยักษ์ขึ้นมาเพื่อทำสงคราม เขาเรียกพวกมันว่า “เยเกอร์” เป็นภาษาเยอรมันอันแปลว่า นักล่า

หุ่นยนต์พวกนี้ต้องมีมนุษย์ควบคุมอยู่ข้างใน และเพื่อความแข็งแกร่ง เราจะพึ่งพามนุษย์คนเดียวไม่ได้ ต้องใช้อย่างน้อย 2 คนร่วมประสานผ่านการ “ล่อง” ไปด้วยกัน มนุษย์ทั้งสองจะเป็นเหมือนสมองคนละซีกของหุ่น และจะได้เห็นและรู้สึกในสิ่งที่อีกคนพบและนึกคิดด้วย

แต่เมื่อเป็นมนุษย์ มันย่อมไม่มีคำว่าเพอร์เฟ็กต์ ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ มันย่อมจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มันจึงนำพามาได้ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว

เดล โตโร เก่งนักในการผสานเรื่องราวที่ใช้แอ็คชั่นในระดับสูงแต่ไม่ทิ้งปมดราม่าเกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ ทำให้หนังมีความสนุกลุ้นในช่วงของมัน ขณะเดียวกันมีส่วนผสมของความดราม่าเจือปนเข้ามาเป็นช่วงๆ และมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะพาเนื้อเรื่องให้ดำเนินไป แถมเขายังเลือกจะให้หลายๆ ชาติบนโลกร่วมกันแชร์ภารกิจนี้ มากกว่าหนังบางเรื่องที่เลือกจะให้เพียงอเมริกาเท่านั้นที่ถูกเชิดชูให้เป็นพระเอก ในหนังจะมีทั้งหุ่น ‘Gipsy Danger’ จากสหรัฐฯ, ‘Crimson Typhoon’ จากจีน ‘Cherno Alpha’ จากรัสเซีย และ ‘Striker Eureka’ จากออสเตรเลีย

เพียงแค่สองนักขับเยเกอร์ของสหรัฐฯ นาม ‘Gipsy Danger’ ก็มีสีสันแล้ว เมื่อ เรลีห์ เบคเก็ต (Charlie Hunnam) น้องชายของพี่ที่เคยถูกไคจูฆ่าไปต่อหน้าต่อตาในภารกิจวันนั้น ความหลังมันยังฝังใจอยู่ไม่ลืม กับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น มาโกะ โมริ (Rinko Kikuchi) ที่มีความหลังอันน่าสะเทือนใจในอดีตที่ผลักดันให้เธอเลือกจะมาเป็นผู้ควบคุมหุ่นเยเกอร์ ปมในใจของทั้งสองคนจะพาภารกิจสำคัญของมวลมนุษยชาติให้หักเหไปเช่นใด อย่าให้ต้องเล่าเลยนะครับ

สัตว์ประหลาดที่ขึ้นมาจากทะเลลึก ออกมาต่อสู้กับหุ่นยักษ์ที่มนุษย์ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขา ดูแล้วไม่คิดถึงการ์ตูนญี่ปุ่นคงเป็นไม่ได้จริงๆ ก็ขนาดนักแสดงยังเลือกที่จะเอาคนญี่ปุ่น (ผมหมายถึง Rinko Kikuchi) มาร่วมเล่นเลย

Categories: ภาพยนตร์

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *