[รีวิว] – The Favourite – อีเสน่ห์ร้าย ร้ายแบบมีคลาส ร้ายแบบผู้ดี๊ผู้ดี

[รีวิว] - The Favourite - อีเสน่ห์ร้าย ร้ายแบบมีคลาส ร้ายแบบผู้ดี๊ผู้ดี

The Favourite หรือชื่อแปลไทยแบบแซ่บๆ ว่า อีเสน่ห์ร้าย งานจากผู้กำกับ Yorgos Lanthimos ที่เคยฝากผลงานดู(ไม่)ง่าย อย่าง The Killing of a Sacred Deer, The Lobster เป็นต้น แต่เรื่องนี้กลับดูง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ เยอะมาก นับว่าเป็นงานที่เป็นมิตรกับผู้ชมที่สุดของเขาแล้วมั้ง มันดูง่าย เข้าใจง่าย ติดเรทนิดๆ บันเทิงหน่อยๆ ความร้ายที่งัดมาฟาดฟันกัน

เปรียบดั่งละครหลังข่าว แต่ในเรื่องนี้มาในรูปแบบไฮโซ ดูดีมีชาติตระกูลของเหล่าผู้ดีอังกฤษ ฟาดฟันกันด้วยมารยา เสน่ห์ และจริต!

หนังเรื่องนี้มีพล็อตเรื่องง่ายๆ ที่เข้าใจไม่ยาก เกี่ยวกับการชิงรักหักสวาทเพื่อแย่งกันเป็นคนโปรดของราชินี ระหว่างคนรักลับๆ ของราชินีกับ หญิงตกอับที่ต้องการยกระดับตัวเองมาเป็นคนสนิท จึงเกิดเป็นสงคราม ที่แก่นแย่งชิงดี เชือดเฉือน ด้วยมารยากันแบบผู้ดี๊ผู้ดี ที่ฉาบหลังด้วยเรื่องราวการเมืองในยุคนั้นอย่างแนบเนียน

จุดเด่นแรกของหนังเรื่องนี้เลยคือการเซ็ทอัพโลกใบนี้ขึ้นมา ทั้งฉาก มุมกล้องแปลกๆ การแต่งตัวแต่งหน้าของตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะดนตรีประกอบที่กระตุ้นอารมณ์เรากับเนื้อเรื่องเป็นช่วงๆ มันทั้งลงตัว ล้วนแล้วช่วยส่งและสะท้อนความเป็นตัวตนของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

หนังมีบทและการดำเนินเรื่องเฉียบและยอดเยี่ยมมาก ถึงแม้เนื้อเรื่องมันจะดูธรรมดา แต่มันถูกเล่าออกมาแบบไม่ธรรมดาเลย หนังเล่าเรื่องราวร้ายๆ ผ่านทั้ง 3 ตัวละครได้อย่างน่าหมั่นไส้ชวนเบะปาก

แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายและเจตนารมณ์ของตัวละครได้อย่างชัดเจน เต็มไปด้วยคำพูดเชือดเฉือนและสีหน้าแสนเจ้าเล่ห์ ยังมีฉากเชิงสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นผ่านกีฬาที่เราได้เห็นในตัวอย่างกับฉากยิงนก

ซึ่งมันเป็นการบ่งบอกสถานะตัวละครได้อย่างชาญฉลาด หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่การแย่งกันเป็นคนสนิทเท่านั้น มันยังเสียดสีการเมืองในยุคนั้นของคนมีอำนาจในวังได้แสบไม่ใช่เล่น เกี่ยวกับการปกครอง อำนาจในการตัดสินใจ การหาพรรคหาพวกเพื่อสนับสนุนตัวเอง หาช่องทางในการเอาชนะต่างๆ ประเทศจะพังเพราะผู้นำไม่เอาอ่าว!

ทางด้านตัวละคร คนแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือ Emma Stone ผู้รับบท Abigail เธอเล่นได้สตรอว์เบอร์รี่มว๊ากกกกก แอ๊บใส ร้ายบริสุทธิ์ ร้ายแบบน่าหมั่นไส้โคตร ใครดูอาจมือไม้สั่นอยากลุกไปตบนางก็เป็นได้ (555) ทั้งลุคภายนอกและการแสดงของเธอ แสดงออกมาได้โคตรดี ไร้ที่ติจริงๆ ดูสวยใส(ไม่)ซื่อ เหมาะสมกับบทบาทนี้ที่สุดแล้ว ตามมาด้วย Rachel Weisz ในบทบาท Lady Sarah ที่เป็นตัวร้ายแบบดูรู้เลยว่าอีนี่ร้ายแน่ๆ แต่นางก็เชิดหน้าชูตา

ทำยโสน่าหมั่นไส้ไม่ต่างกับ Emma เลยสักนิด ยิ่งทั้งสองเข้าบทปะทะคารม จริตกันฉากไหนเป็นบันเทิง ทวีความร้ายงัดมาเฉือนกันได้อย่างสนุก และชาญฉลาดแบบสุดๆ ส่วนคนสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย กับนักแสดงที่พึ่งคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปอย่าง Olivia Colman ในบท Queen Anne ในลุคราชินีเอาแต่ใจ ไม่เต็ม อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนไบโพล่า ซึ่งจริงๆ เธอก็เล่นดีนะ แต่โดยส่วนตัวคิดว่ายังไม่ถึงขนาดออสการ์อะ คนที่ควรได้น่าเป็นป้า Glenn Close มากกว่าอีก

แต่ถึงแม้มันจะดูง่ายกว่าหนังเรื่องอื่นๆ ของผู้กำกับคนนี้ก็ตาม แต่มันก็ยังมีการดำเนินเรื่องที่เนือยๆ เนิบๆ ชวนน่าเบื่ออยู่ในบางช่วง ใครไม่ชินงานของผู้กำกับคนนี้อาจจะหาวหน่อยๆ แต่โดยรวมแล้วหนังเต็มไปด้วยการปะทะคารม เชือดเฉือนกันอย่างร้ายๆ น่าตบของนางทั้ง 2 แค่เข้าไปดู Emma กับบทนี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้วววว ที่มา

 

Categories: Uncategorized

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *